[How to] การขอวีซ่าเชงเก้น (Shengen) ไม่ได้ยากอย่างที่คิด … แล้วยุโรปจะไม่ได้เป็นแค่ฝัน

ยุโรป … จุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายคน

หลายๆ คนยังไม่ได้ลอง ก็มองว่ายากซะแล้ว ในการจะเข้าประเทศเหล่านี้ ซึ่งนอกจากเรื่องปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งค่าครองชีพแสนแพงหรือเรื่องเวลา  และอีกเรื่องก็เนื่องจากจะต้องทำการขอวีซ่า ที่มีชื่อซ่าๆ ว่า ” เชงเก้น ( Shengen  ) แต่จริงๆ แล้ว เชื่อผมเถอะ หากเอกสารและข้อมูลคุณพร้อม มันง่ายมากและแทบจะไม่มีอะไรต้องกังวลเลย บางที3-5 วันทำการ ก็ได้รับเล่มคืนแล้ว

มารู้จักวีซ่าเชงเก้นกันก่อน

วีซ่าเชงเก้น (Shengen) เป็นวีซ่าสำหรับกลุ่มประเทศในโซนยุโรปที่สามารเดินตัวปลิวข้ามพรมแดนไปมาระหว่างกันได้ถึง 26 ประเทศโดยส่วนมากจะไม่มีด่านตรวจใดๆ มาทำให้วุ่นวาย คืออาจจะมีบ้างตามสถานการณ์ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการตกลงเชงเก้น (Schengen Agreement) ครับ

26 ประเทศที่ว่าได้แก่ …

** แต่หากคุณถือวีซ่าเชงเก้น แบบ Multiple ก็จะสามารถเข้าประเทศ Croatia รวมไปถึงประเทศในแถบบอลข่านได้ ไม่ว่าจะเป็น Macedonia , Bosnia , Albania หรือ Serbia

ส่วนประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มต้องทำเรื่องแยกตะหากนะจ้าา

และเจ้าเชงเก้นนี้ ถูกแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ …

1.วีซ่าแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน (ประเภท “A”) พลเมืองจากประเทศนอกเขตเชงเก็นบางประเทศที่ต้องการเดินทางโดยเครื่องบินไปยังประเทศที่สาม และต้องการแวะเปลี่ยนเครื่ิองที่สนามบินในเขตเชงเก็นจะต้องขอวีซ่าแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน

2.วีซ่าเดินทางผ่าน (ประเภท “B”) วีซ่าประเภทนี้จะออกให้กับบุคคลซึ่งเดินทางผ่านประเทศเชงเก็นประเทศใดประเทศหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งประเทศก่อนจะเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม วีซ่าประเภทนี้จะออกให้สำหรับการเดินทางผ่าน1 ครั้ง 2 ครั้งหรือมากกว่านั้นในกรณีพิเศษ ทั้งนี้ ระยะเวลาในการเดินทางผ่านแต่ละครั้งจะต้องไม่เกิน 5 วัน

3.วีซ่าพำนักระยะสั้น (ประเภท “C”) วีซ่าประเภทนี้จะออกให้กับการเดินทาง 1 ครั้ง 2 ครั้งหรือหลายครั้ง โดยมีระยะเวลาที่อนุญาตให้พำนักแตกต่างกันออกไป แต่ไม่เกิน 3 เดือนในช่วงเวลา 6 เดือน

4.วีซ่าเข้าได้แค่ประเทศที่ขอ (ประเภท “D”) วีซ่าประเภทนี้ ใช้เข้าได้เฉพาะประเทศที่คุณขอไปเท่านั้น เช่นขอที่สถานฑูตเบลเยี่ยม วีซ่านักเรียน สถานทูตจะออกวิซ่า type D ให้ คือต้องเข้าเฉพาะเบลเยี่ยม และห้ามออกไปประเทศอื่น จนกว่าจะไปทำเรื่องขอ ID นักเรียนที่เบลเยี่ยมซะก่อน (คือมาถึงที่เบลเยี่ยมแล้ว ให้รีบไปทำเรื่องเลย) พอได้ ID นี้แล้วถึงสามารถเดินทางไปประเทศในกลุ่มเชงเก้นประเทศอื่นได้

ทั้งนี้ พลเมืองจากประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกประเทศเชงเก็นจะต้องใช้วีซ่าทั้งสามประเภทเหมือนกัน  (Cr.ขอบคุณข้อมูลจาก http://eeas.europa.eu/ และ https://www.facebook.com/mct.visa/posts/725498057521258)

มาดูขั้นตอนกันเลยย ! ( เนื้อหาหลักๆ ของรีวิวนี้ จะเป็นการขอแบบปกติ และภาพรวมของเชงเก้น )

สำหรับการขอวีซ่าเชงเก้นในแต่ละประเทศนั้นจะมีกฎระเบียบเบื้องต้นใกล้เคียงกัน อาจจะมีเรื่องของการนัดหมาย การพิจารณา หรือเอกสารเพิ่มเติมต่างกันนิดหน่อย แต่ก็อาจจะมีบางประเทศที่แตกต่างออกไป เช่น หลายๆ ประเทศจะให้เราดำเนินการผ่านคนกลาง เช่น อิตาลี ออสเตรีย สเปน และอื่นๆ ผ่านทาง VFS Global , ฝรั่งเศสจะผ่านทาง TLS หรือบางประเทศทาสถานทูตดำเนินการเอง นั่นทำให้ระบบบางอย่างจะต่างกันไป เช่นเรื่องนัดหมาย หรือเวลา

ทั้งนี้ ในรีวิวนี้จะดูภาพรวมในส่วนที่สำคัญที่สุดกัน นั่นคือ ” เอกสารประกอบคำร้อง ” ถ้าพี่พร้อม พี่เป๊ะ ก็ไม่ต้องกลัวอะไร ในทุกๆ ประเทศครับ คอนเฟิร์ม! เรื่องอื่นสบายๆ เพราะนี่คือส่วนสำคัญที่สุด

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า เราจะไปยื่นที่สถานทูตของประเทศอะไร หลักจะดูจากประเทศที่อยู่นานที่สุดหรือประเทศที่เราเข้าเป้นประเทศแรก ก็เลือกเอาครับ ส่วนตัวผมจะใช้ประเทศที่อยู่นานที่สุด แล้วไปยื่นที่นั่น  แต่หากใครมีประเทศที่อยู่นานที่สุดเท่ากัน ก็ให้เลือกประเทศที่เราเข้าก่อนครับ

สำหรับเอกสารในการยื่นขอวีซ่าเขงเก้น ทั้งแบบ Single Entry (เข้าออกครั้งเดียว) หรือ Multiple Entry (เข้าออกหลายครั้ง) จะไม่ต่างกัน

1) แบบฟอร์มคำร้องในการยื่นขอวีซ่า

อันนี้ต้องระวังถ้าไม่อยากเสียเวลา บางที่อาจจะให้เราไปโหลดจากเวบ แล้วปริ้นแล้วมาเขียนเอา หรือบางที่ก็อาจจะให้เรากรอกออนไลน์เข้าระบบ ดังนั้นต้องเช็คให้ดีครับ แล้วตอนกรอกนี่ต้องเขียนให้เคลียร์ ถ้าจำเป็นต้องขีดฆ่า ก็อย่าลืมเซ็นกำกับด้วยนะจ้ะ เอาให้เป๊ะ !

ตัวอย่างวิธีการ search หา ฟอร์ม : เข้า Google แล้วพิมพ์ ” Visa(วีซ่า)  form ชื่อประเทศ  download “ อาจจะพิมพ์ต่อท้ายเป็นปี คศ ไปด้วยก็ได้ครับ เพราะบางที่อาจเปลี่ยนฟอร์มระหว่างปี ยังไงก็จะโหลดลองดูต้นทางให้ดีครับ ว่าอัพเดทรึยัง

ยกตัวอย่างผม Search ตามด้านบน หาฟอร์มวีซ่าอิตาลี ก็ได้มาตามลิ้งด้านล่าง

http://www.vfsglobal.com/italy/thailand/thai/

2) หนังสือเดินทาง ( Passport )

ขาดไม่ได้ ใครลืมอนุญาติให้ตีตัวเองแรงๆ หนึ่งทีได้เลย และที่สำคัญเอาชัวร์คือต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับกันไปจนถึงวันที่ออกจากประเทศเชงเก้นเลย ( อย่าลืมทำ Copy ไว้ด้วย หลายๆใบ )

3) สำเนาบัตรประชาชนทะเบียนบ้าน

อันนี้เผื่อเอาไว้ ส่วนมากโดนตีคืนหมด แต่เผื่อไว้ก็ไม่เสียหาย จะได้ไม่เสียใจ

4) รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว

เข้าร้านถ่ายรูปที่ดูโปรๆ บอกเค้าว่า ” ผม/หนู/ดิฉัน จะไปขอวีซ่าเชงเก้น ! ส่วนมากร้านพวกนี้จะรู้

แต่ๆ รู้ไว้หน่อยก็ไม่เสียหาย ว่าควรจะเป็นรูปสุภาพ หน้าตรง พื้นหลังขาว ไม่สวมหมวก ไม่ใส่แว่น ไม่แว๊น ไม่สก๊อย คือสุภาพอะ 55 บางที่ถึงกับกำหนดเป็น ซม. เช่นของฝรั่งเศสดังนั้นเช็คให้ดี และควรจะถ่ายไม่เกิน 6 เดือน แต่ถ้าลืมแล้วไม่มีใครเตือน แถวๆ ที่ขอวีซ่ามีให้เลือกเสมออ

5) ประกันการเดินทาง

เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องซื้อ แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากเอามาใช้มากที่สุด .. สำคัญมากครับ โดยตอนซื้อต้องระบุประเทศให้ครอบคลุมทั้งหมด รวมไปถึงระยะเวลาตั้งแต่วันบินไป – กลับ หรือจะเผื่อไหล ก็ไม่ว่ากัน แต่ต้องมีวงเงินประกันที่คุ้มครองทั้งค่าพยาบาล หรือประกันอื่นๆ ไม่น้อยไปกว่า 1,500,000 บาท หรือ 30,000 ยูโร หรือบางที่อาจจะขอมากกว่านี้ แต่โดยประมาณก็เท่านี้แหละครับ เช็คกับทางประกันได้ ว่าต้องขอแบบไหน .. โดยเราสามารถเช็คได้ครับว่ามีประกันเจ้าไหนบ้าง ที่ทางสถานทูตรับรอง

ยกตัวอย่างจากของ Cigna ที่ผมใช้จอง …. พอเข้าไปที่ลิ้ง http://www.cigna.co.th/our-plans/travel-insurance/travel ก็จะเข้าหน้านี้มาให้ และตรงจุดหมายปลายทาง ก็ เลือกประเทศในกลุ่มเชงเก้น ได้เลย แล้วก็ไปเลือกวันดูครับ ค่อนข้างสะดวกกและถูก ของที่อื่นๆ ก็จะคล้ายๆ กัน ลองดูไว้เป้นทางเลือกได้ครับ

6) ตั๋วเครื่องบิน

อันนี้ก็ยังไม่จำเป็นต้องจองจริงๆ ก็ได้นะครับ หรือใครจะจองจริงๆ เลยก็ไม่ว่ากัน แต่กันไว้ดีกว่า คือคุยกับพวกบริษัททัวร์ที่ขายตั๋วเครื่องบิน ว่าให้ออกตั๋วเป็นเอกสารมาให้ก่อน เดี๋ยววีซ่าผ่านจะมาซื้อด้วย บางที่ใจดีออกให้แบบซื้อใจกันไปฟรีๆ หรือบางที่อาจจะมีมัดจำไว้ก่อน ข้อดีคือหากไม่ผ่าน เราสามารถ Cancel ได้ หรือ หากผ่าน แล้วอยากปรับก็สามารถทำได้ ซึ่งผมมักจะขอให้เค้าออกมาให้ก่อน ด้วยวิธีอ้อนของฟรี แต่ถ้าผ่าน ผมก็จะไปซื้อกับเค้าจริงๆนะ ไม่เบี้ยว 555

7) แผนการเดินทางฉบับย่อ 

แผนการเดินทางนี้ ไม่ต้องไปแบบ full option จัดเต็มนะครับ เอาแบบคร่าวๆ สรุปไปก็ได้ โดยสิ่งที่จำเป็นต้องมีคือ วันที่ , ประเทศ , เมือง , และจากเมืองนี้ไปเมืองนี้ หรือจากประเทศนี้ข้ามไปประเทศนี้ เราเดินทางยังไง โดยรถไฟ รถบัส เครื่องบิน ก้ว่าไปให้ชัดเจน หากมีตั๋วที่จองแล้วก้อย่าลืมแนบ หากยังไม่มีก็ต้องระบุไปว่า จะไปซื้อหน้างาน (เช็คก่อนนะครับ บางที่จำเป็นต้องมีตั๋วเลย) และอีกเรื่องที่สำคัญคือ เราจะไปค้างคืนที่ไหน เมืองไหน มีชื่อโรงแรมให้พร้อม

และที่สำคัญ เราต้องตอบคำถามในเรื่องการเดินทางแต่ละจุดให้ได้ ว่าไปไหนยังไง เผื่อเค้าถามครับ

นี่คือตัวอย่างที่ผมทำเป็น Excel แบบง่ายๆ แต่ผ่านทั้ง Shengen และ UK

8) หลักฐานการจองที่พัก

แนะนำว่าควรจะจองที่พัก ที่เราสามารถยกเลิกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เผื่อกรณีฉุกเฉิน หรือเราอยากเปลี่ยนแพลนกระทันหันหน้างาน เช่นเดียวกับผม 555 และอื่กเรื่องคือกรณีวีซ่าคุณไม่ผ่าน จะได้ไม่เสียเงินฟรีๆ หากคืนไหนไม่ได้นอนที่พัก เพราะต้องค้างบนรถไฟ หรือเรือ หรือรถบัส ก้ให้ระบุไปด้วย ลองดูจากที่ผมทำด้านบน อย่างคืนที่ไป Stockholm ผมก็จะระบุไปว่า ” on Ferry ”  คืนไหนบ้าง แล้วไปไหน อะไรแบบนี้ … ที่สำคัญเลยคือ ที่พักห้ามมีคำว่า ” walk in ” เป็นอันขาด คือถึงแม้ตุณจะไม่ชัวร์ ก้ต้องจองโรงแรมไปให้ครบวันครับ

โดยเอกสารนั้น ปกติพอเราจอง เราจะได้เมลคอนเฟร์มอยู่แล้ว ก็แค่ปริ้นหน้าเมล ที่มีชื่อเรา ที่อยู่ที่พัก เบอร์ติดต่อ วันที่พัก และ Booking reference รวมไปถึงข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นให้เรียบร้อยครับ

หมายเหตุ : กรณีจะไปค้างบ้านเพื่อนหรือญาติ อันนี้ชีวิตจะวุ่นวายหน่อย เพราะต้องขอวีซ่าเยียมไป และต้องมีจดหมายเชิญจากบุคคลที่เราจะไปพักด้วยทั้งตัวจริงและสำเนาโดยละเอียด รวมไปถึงเอกสารต่างๆ ที่ทางสถานทูตอาจจะขอแตกต่างกันบ้าง แนะนำว่าหากเป็นประเภทนี้ ควรเช็คกับสถานทูตโดยละเอียดครับ

9) เอกสารรับรองการทำงาน

ในกรณีที่เราเป็นมนุษย์เงินเดือน ตรงนี้ต้องให้ทางบริษัทออกจดหมายรับรองให้ โดยต้องระบุ ตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน เงินเดือน ช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลา และต้องครอบคลุมวันที่เราจะเดินทาง จนกระทั่งวันที่กลับมา .. พร้อมลายเซ็น และประทับตาบริษัท ซึ่งจดหมายควรจะเป็นภาษาอังกฤษครับ … ทางฝ่ายบุคคลเค้าจะรู้อยู่แล้ว ว่าใช้แบบไหน ^^

หากใครยังเป็นนักศึกษาก็คล้ายๆ กัน ต้องไปขอใบรับรองจากสถานศึกษา ว่าเรายังเป้นนักศึกษา ปีนี้ คณะนี้ ลาได้เท่านี้ ไม่หนีเป็นโรบินฮู้ดดดนะจ้ะ

และถ้าเราเป้นเจ้าของก็ต้องมีหนังสือจดทะเบียนที่เป้นชื่อเรามาเป็นหลักฐาน โดยทั้งหมดทั้งมวล ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ข้อนี้ถือว่าสำคัญและห้ามพลาด เพราะมันจะเป็นการการันตีว่า ทุกคนจะกลับคืนสู่เหย้า กลับสู่ผืนแผ่นดินไทยเป้นที่แน่นอน

10) เอกสารรับรองทางการเงิน

เรื่องเงินนั้นยังคงสำคัญเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับประเทศที่ค่าครองชีพแพงอย่างยุโรป ที่เค้าก็ต้องการการันตีว่าคนจะเข้าไปประเทศในกลุ่มเชงเก้น จะมีเงินใช้แบบพอดี ไม่ไปขอตังค์คนพื้นที่ใช้ ( เกี่ยวมั้ย! ) 55 โดยหลักๆ ควรจะมีสองอย่างครับ คือ

10.1) Statement ย้อนหลัง 6 เดือน 

หรือสำเนาบัญชีเงินฝากเข้าออกย้อนหลังไป 6 เดือน อาจจะปริ้นจากอินเตอร์เนทได้ แต่ผมแนะนำว่าให้ขอทาง Bank ดีกว่าครับ เดินเข้าไปบอกเลยว่า ชั้นขอ statement ย้อนหลัง 6 เดือน จะไปขอวีซ่า โดยควรจะมียอดหมุนเวียนตลอด คืออย่ามีแต่ยอดถอน ให้มียอดเข้าบ้าง เงินเดือนกับ statement ก็ควรจะสัมพัน์กัน คือถ้ารู้ว่าจะไปเมื่อไหร่ แนะนำว่าควรเริ่มบริหาร Statement ให้มันดูดีครับ โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยได้เดินทาง หรือขอเชงเก้นเป็นครั้งแรก

ยอดเงินสุดท้ายควรจะมีมากที่สุด ที่เราสามารถทำได้ ต่ำๆ ก็ควรจะเป็นจำนวนเงิน 8000 – 12,000 บาทต่อวัน คูณจำนวนที่เราจะอยู่ในเชงเก้น มากกว่านั้นยิ่งดี เช่นจะไป 8 วัน ก็น่าจะมีสัก 70,000 เป็นอย่างน้อย

10.2) จดหมายรับรองทางการเงินจากธนาคาร

เป็นจดหมายรับรองจากทางแบงค์ครับ ว่าเราเปิดบัญชีกับที่นี่ มียอดเงินหมุนเวียนประมาณนนี้ และยอดเงินสุดท้ายประมาณนี้ ก็ไปขอพร้อมๆ กับขอ statement ก็ได้ครับ โดยใช้ประโยคเดิม ” จะไปขอวีซ่าเชงเก้นครับ/ค่ะ ”

หมายเหตุสำคัญ : จะไปขอที่ไหน ควรศึกษากฎระเบียบเพิ่มเติมก่อนครับ แนะนำว่าถ้าไม่ชัวร์ ” โทร ” ไปถามเลย ว่าแค่นี้พอมั้ย ต้องการอะไรอีกมั้ย 

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนจะยื่นเรื่อง

  • วันและเวลาในการยื่นขอวีซ่า  :   สำคัญมาก เช็คเวลาของแต่ละที่ให้ดี รวมไปถึงวันด้วยครับ แต่ส่วนมากก็จะไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ที่ต่างคือจะเป็นระบบว่า Walk in ได้เลย หรือ ต้องทำการนัดหมายก่อน
  • ระเบียบการขอล่วงหน้า : ทุกที่จะขอล่วงหน้าได้ไม่เกินสามเดือนนะครับ นับจากวันที่เราก้าวขาเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นวันแรก จงดูให้ดี ผมพลาดมาแล้ว ไปเร็วเกินสัปดาห์นึง เตรียมเอกสารเก้อเลย 555
  • สถานที่ยื่นขอวีซ่า : เช็คให้ดีว่าประเทศที่เรายื่นนั้น ต้องผ่านตัวกลาง หรือไปยื่นที่สถานทูตโดยตรง แล้วไอที่ที่เราต้องไปยื่นเนี่ย มันอยู่ส่วนไหน เช่น จะไปยื่น Italy ต้องผ่าน VFS สถานที่ อยู่ สีลม Complex ชั้น 15 บลาๆ แล้วก็ไปแต่เช้าก็ดีครับ จะได้ไม่ต้องรอนาน
  • เวลาที่ใช้พิจารณา : อันนี้ขึ้นอยู่กับประเทศ และสถานทูตเลย เฉลี่ยแล้วจะไม่เกิน 15 วันทำการ บางเคส 3 วัน 5 วันก็ได้แล้ว แต่เผื่อเวลาไว้เป็นดีที่สุด ให้คิดซะว่า 16 วันแน่นอนไว้ก่อน ^^
  • ค่าธรรมเนียม : อาจจะมีเหลื่อมล้ำกันบ้าง แต่เฉลี่ยจะอยู่ที่ราวๆ 60 ยูโร ต้องเช็คด้วยว่าจ่ายเป้นเงินยูโร หรือบาท บางที่ต้องจ่ายยูโรเท่านั้นก้มี แต่อิตาลี บาทครับ ( ผมยื่นอิตาลี )
  • จำนวนวันที่ได้ : โดยส่วนมากถ้าไม่ได้แบบ Multiple ก็จะได้เท่าจำนวนวันที่ขอ หรือแล้วแต่สถานทูตพิจารณาครับ
  • กรณีจำเป็นต้องด่วน : หากใครต้องการด่วนกว่าปกติ ลองแนบจดหมายตะหากไปด้วยครับ ว่าอยากได้ด่วนเมื่อไหร่ เพราะอะไร เช่นไฟลท์ด่วน ก็ต้องระบุให้ชัดไปเลย
  • การขอแบบ Multiple : หากจะขอแบบ Multiple ก็ต้องระบุว่าเพราะอะไร สาเหตุที่ขอแบบนี้เช่นจะเข้าอังกฤษก่อน แล้วต้องกลับมายุโรปอีก หรือมีแพลนจะไปโครเอเชียหรือประเทศแถบบอลข่าน ยังไงนอกจากระบุแล้ว แนะนำว่าทำจดหมายแยกอีกอันครับ เป๊ะเข้าไว้ อีกเรื่องเค้าจะดูประวัติเราด้วยอีกทาง บางคนขอบ่อย เดี๋ยวเค้าก็ให้มาเอง  5555 **ที่สำคัญอีกอย่าง ตอนกรอก อย่าลืมเลือกในฟอร์มว่าเป็น Multiple ด้วยนะจ้ะ

เตรียมเอกสารให้พร้อม กรอกให้แน่น ข้อมุลเป๊ะ แล้วนอนตะเบ๊ะตีพุงเล่นรอข่าวดีไม่นาน ก็ได้ไปยุโรปกันแล้ว ! และขอย้ำอีกครั้ง เรื่องไหนไม่ชัวร์ โปรดโทรถามครับ เบอร์โทรจะมีให้ในเวบอยู่แล้ว โดยเฉพาะ VFS ฝั่งยุโรป เช่นอิตาลี ผมโทรไปเวลาทำการ ก็รับสายตลอด เรื่องไหนเค้าตอบไม่ได้ เค้าก็จะแนะนำให้เราโทรไปถามสถานทูตเองได้เลย

โชคดีครับ ทุกคน ^^


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : by สองเท้า-เกาโลก 

fanpage : https://www.facebook.com/scratchdaworld